โจเซป กวาร์ดิโอล่า กับอนาคตที่รออยู่ข้างหน้า

ถ้าพูดถึงความสำเร็จของโค้ชที่เป็นมือวางอันดับหนึ่งในตอนนี้คงต้องยกให้กับยอดผู้จัดการทีมเปป กวาร์ดิโอลาที่มีผลงานการทำทีมประสบความสำเร็จมากมาย จนเขากลายเป็นคนที่ถูกจับตามองอย่างชัดเจน และยังมองว่าเขาไปสโมสรไหนก็มั้งจะประสบความสำเร็จอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งในปัจจุบันก็จะเห็นได้เลยว่าทีมอย่างเรือใบสีฟ้าแมนเชสเตอร์ซิตี้คว้าแชมป์ไปครองได้ถึง 3 รายการด้วยกัน แล้วแต่ล่ะปีทีมของเขาก็จะโชว์ฟอร์มได้ดีทุกฤดูกาลรวมไปถึงมีการพัฒนาที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งนักเตะภายในทีมที่โดดเด่นขึ้นมาอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็น ราฮีม สเตอร์ลิง, แฟร์นานดินโญ่, เลรอย ซาเน่, เควิน เดอ บรอยน์ บรรดาผู้เล่นเหล่านี้เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดการเข้ามาของเปป กวาร์ดิโอลาแล้วยังมีโอกาสเล่นได้ดีขึ้นไปอีกด้วย ข่าวการอำลาทีมของเปป กวาร์ดิโอลานั้นเริ่มมีเรื่องราวที่มีความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น จากการสัมภาษณ์ของเปปที่จะบอกว่าเขารู้สึกเบื่อหน่ายกับสื่อของอังกฤษที่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับทีมของเขาในการคว้าแชมป์ครั้งล่าสุด คำพูดนี้ได้รับความสนใจอย่างมากว่าเขาน่าจะย้ายออกจากทีมเรือใบสีฟ้าในไม่ช้า ด้วยความสำเร็จที่เกิดขึ้นก็อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาไม่มีความท้าทายอีกต่อไป แต่ว่าสิ่งที่ขาดไปสำหรับทีมแมนเชสเตอร์ซิตี้ก็ยังคงมีอยู่นั้นก็คือแชมป์บอลถ้วย UCL ที่เขาเคยทำได้กับสโมสรเก่าอย่างบาร์เซโลน่าทีมที่ทำให้เขามีชื่อเสียงขึ้นมาจนถึงตอนนี้ หลังจากที่ลาทีมอย่างเจ้าบุญทุ่มมาแล้วเขาก็ไม่สามารถเข้าสู่ความสำเร็จได้อีกเลย และนี่ก็อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เปป กวาร์ดิโอลาอยู่กับทีมต่อไปเพื่อเน้นถ้วย UCL อย่างเต็มที่ในฤดูกาลหน้า นักเตะชุดนี้ยังคงมีอนาคตอีก 2-3 ปี ที่สำคัญคือในปีต่อไปแมนเชสเตอร์ซิตี้จะต้องเจอกับคู่แข่งอย่างลิเวอร์พูลที่ปีนี้ทำผลงานได้ดีจนแชมป์เก่าต้องเหนื่อยจนถึงนัดสุดท้าย ซึ่งในซีซั่นหน้าจะเป็นการเปิดตัวที่ดีของทีมแชมป์เก่าอีกหรือไม่ผลงานของทีมเรือใบสีฟ้าจะเป็นอย่างไรนั้นย่อมมีผลกับการอยู่หรือไปของโค้ชชาวสเปน ที่ยังคงมีความน่าเชื่อถือไม่ว่าเขาจะไปอยู่กับทีมไหนก็ตามที สิ่งนี้เป็นอีกความสำคัญที่หลายคนมองข้ามไม่ได้ อย่าลืมว่าตั้งแต่เปป กวาร์ดิโอลาเข้ามาคุมทีมได้นำพาความสำเร็จมาสู่ถิ่นอัลติฮัดอย่างมากมาย แล้วถ้าเขาหายไปก็อาจจะทำให้ความเข้มข้นของฟุตบอลลีกอังกฤษอาจจะหายไปด้วย ซึ่งเป็นอีกเหตุผลนึงที่ต้องมีโค้ชอย่างเขาอยู่ต่อไปในพรีเมียร์ ลีกนั้นเอง

โครงสร้างการทำทีมให้ยิ่งใหญ่ของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

ในยุครุ่งเรืองของทีมสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันได้สร้างทีมปีศาจแดงของเขาด้วยรากฐานที่ต้องใช้เวลาแล้วก็เป็นเรื่องที่ทำกันไม่ใช่ง่ายๆ เลย ปัจจุบันการได้ผู้จัดการทีมอย่างโอเล่ กุนนาร์ โซลชาเข้ามาคุมทีมเป็นการเริ่มต้นที่หลายคนมองว่ามันจะไปรอดหรือเปล่า สู้เอาโค้ชที่มีชื่อเสียงแล้วผ่านโลกมาเยอะจะดีกว่ามั้ย ผลลัพธ์คือล้มเหลวจากการที่โชเซ มูรินโญได้เข้ามาคุมทีมปัญหาที่โค้ชระดับโลกอย่างเขาไม่ประสบความสำเร็จกับทีมปีศาจแดงนั้นน่าจะมาจากการเข้ามายุ่งของคนในระดับสูงของสโมสร ทำให้การทำงานของมูรินโญดูจะติดขัดไปหมดโดยเฉพาะการชื้อนักเตะที่ไม่ตรงตามที่เขาต้องการนั้นเอง จุดนี้ดูท่าจะกลายเป็นหนังเก่าเอามาฉายใหม่หรือเปล่าจากการเข้ามาคุมทีมของโซลชา ดูๆ ไปแล้วคนที่ใครหลายคนคิดก็น่าจะเป็นอเล็กซ์ เฟอร์กูสันหรือเปล่านั้นก็ยังไม่มีใครกล้าฟันธง แต่จากคำพูดของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันที่บอกเอาไว้ว่าโครงสร้างในการทำทีมที่ดีนั้นคือการวางรากฐานได้แบบสโมสรบาเยิร์น มิวนิคที่ดึงเอาศิษย์เก่าเข้ามาคุมทีมนั้นคือทิศทางที่เหมาะสม แล้วหันมาดูแนวทางตอนนี้ของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมันก็ตรงอย่างที่ป๋าได้พูดเอาไว้จริงๆ กลายเป็นว่าตอนนี้เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันได้เป็นคนที่เข้ามาแทรกแซงอย่างที่คิดเอาไว้จริงๆ เสียแล้ว ความคิดเห็นแฟนบอลเริ่มแบ่งเป็น 2 ฝั่ง คือสนับสนุนแนวทางทำทีมแบบนี้คือดึงนักเตะเก่ามีคุมทีม ส่วนอีกฝั่งมองว่าไม่จำเป็นด้วยเหตุผลที่ว่าป๋าเองก็ไม่ได้เป็นนักเตะเก่าแต่ก็ทำทีมประสบความสำเร็จได้เหมือนกัน ดังนั้นเรื่องนี้เป็นสิ่งที่แฟนบอลปีศาจแดงต้องรอดูต่อไปว่าโครงสร้างจะนำความยิ่งใหญ่กลับสู่ทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดหรือไม่ ถ้าให้ถามแฟนผีที่ตอนนี้กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เป็นใจ อันดับไม่ติดไปเล่นบอลถ้วยยุโรป แถมบรรยากาศภายในแคมป์ผีแดงก็ดูจะไม่คึกคักเหมือนแต่ก่อนไม่รู้ว่าแฟนพันธุ์แท้จะทนได้หรือไม่กับยุคเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ครันจะฝากความหวังให้กับโค้ชใหม่แกะกล่องที่ยังไม่มีประสบการณ์ก็ไม่รู้ว่าจะใช้เวลานานเท่าไรถึงจะทำได้ แต่ถ้าดูแล้วนี่เป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างดูไม่เข้าที่ แต่ถ้าทุกอย่างมันลงล็อกแล้วล่ะก็เชื่อได้เลยว่าทุกคนอาจจะคิดใหม่ว่าสิ่งที่เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันได้ทำเอาไว้นั้นมันถูกต้อง และเป็นแนวทางที่เหมาะกับทีมปีศาจแดงในอนาคตโดยที่ไม่มีข้อกังขาอย่างแน่นอน

วิเคราะห์รายชื่อนักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีโอกาสถูกโละ

หลังจากที่มีสื่อข่าวออกมามากมายเกี่ยวกับทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังตัดสินใจว่าจะเอาตัวไหนออก หลายๆ ท่านก็คงทราบกันดีกับนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดในทีม แต่กลับไม่ได้โชว์ฟอร์มที่เหมาะสมกับค่าตัว เพราะกินค่าตัวมากถึง 500,00 ปอนด์ หากตีเป็นเงินไทยคร่าวๆ 20.3 ล้านบาท ถือว่าเป็นยอดเงินที่สูงมาก ไม่ต้องเอ่ยชื่อก็คงจะรู้กันแล้วว่าเป็นนักเตะคนไหน นักเตะคนนี้คือ อเล็กซิส ซานเชซ และมีโอกาสที่ แมนยู จะโละออกในเร็วๆ นี้ หากยังไม่โชว์ฟอร์มที่สมกับค่าตัว ไม่ใช่เพียงแค่นักเตะคนนี้ที่จะถูกโละเพราะมีรายชื่อออกมามากมายที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะถอดออกจากทีมแล้วคว้าตัวใหม่เข้ามา เพื่อทำให้ได้ดั่งคำพูดไว้ว่าจะพาทีมขึ้นไปอยู่บน TOP 4 จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หากใครได้ติดตามข่าวกีฬาแล้วจะรู้ว่าปัจจุบันนี้มักจะมีแต่ข่าวที่เกี่ยวกับทีม ปีศาจแดง เพราะอยู่ในช่วงขาลงมากๆ ถึงกับย่ำแย่เลยทีเดียว ล่าสุดสื่อข่าวใหญ่ของประเทศอังกฤษ เดอะ ซัน ได้เผยตัวนักเตะที่มีโอกาสเสี่ยงถูกโละ จึงทำให้แฟนบอลของ ปีศาจแดง ตั้งตารอดูว่าจะมีนักเตะคนไหนมีโอกาสสูงที่สุด แต่ก็คงไม่พ้นนักเตะที่เรารู้กันดีแล้วเป็นข่าวอยู่ทุกวันนี้อย่างแน่นอน ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่ผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญอย่างมาก แต่กลับเล่นได้ออกมาไม่ดีทำให้ผู้คนที่ชื่นชอบทีม แมนยู ผิดหวังและตะโกนด่านักเตะอย่างเห็นได้ชัดเจนหนึ่งในนั้นคือ ป็อกบา ที่ถูกแฟนบอลด่าอย่างรุนแรง จึงทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่าแฟนบอลของ ปีศาจแดง จะลดน้อยลงหรือไม่ หลังจากที่ทีมอยู่ในช่วงขาลงอย่างหนักและยังมองไม่เห็นหนทางที่จะเล่นได้เหมือนเดิม แต่แฟนบอลก็เชื่อในการตัดสินใจของ …

แมนเชสเตอร์ ซิตี้แชมป์ 2 ปีติดที่รอคอย

ยินดีด้วยกับแฟนบอลทีมเรือใบสีฟ้าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่พวกเขาสามารถครองแชมป์ได้เป็นสมัยที่สองซึ่งครั้งนี้ยากกว่าตรงที่รองแชมป์มีคะแนนที่เกือบจะแซงพวกเขาได้เหมือนกันแต่สุดท้ายก็ยังไม่พลาดปัจจัยสำคัญที่ทำให้สามารถคว้าแชมป์ได้คงต้องยกให้กับเป๊ป กวาร์ดิโอลาที่ยังคงรักษามาตรฐานของทีมเอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม รูปแบบการเล่นที่มีเล่นเกมบุกอย่างดุดันและมีการครองเกมเพื่อพักแรงให้นักเตะมีความฟิตตลอด 90 นาทีเป็นแผนที่ทำกันไม่ใช่ง่ายๆ ถ้าถามว่าปีนี้ทีมของเป๊ปครบเครื่องมั้ยก็บอกได้ไม่เต็มที่ การพลาดตกรอบในถ้วยยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกเป็นความล้มเหลวอย่างหนึ่งที่แฟนบอลหลายคนแอบเสียดายลองคิดดูว่าถ้าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ไม่ตกรอบแล้วพาทีมคว้าแชมป์ได้ก็มีโอกาสคว้าได้ถึง 4 ถ้วยเลยทีเดียว ถ้ามองดูแล้วแผนงานของเป๊ปมีการพัฒนาตลอดการเสริมนักเตะที่ถูกต้องเพื่อทำให้ทีมมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในการคุมทีมของโค้ชที่ได้ชื่อว่าเก่งที่สุดในเวลานี้ กำลังหลักของทีมดูแล้วแทบไม่ต้องเปลี่ยนอะไรมาก ตั้งแต่ผู้รักษาประตู เอแดร์สัน นายด่านชาวบราซิลที่เล่นได้ด้วยฟอร์มที่คงเส้นคงวาสามารถเล่นบอลกับเท้าได้ดีดังนั้นการต่อบอลจากหลังขึ้นไปแดนกลางจึงไม่ใช่ปัญหาแล้วทำให้การต่อบอลไม่ขาดตอนเป็นเหตุผลที่ทำให้เรือใบสีฟ้าครองบอลได้มากกว่าทีมอื่นอย่างไม่ต้องสงสัย ในส่วนของกองหลังมี 3 ตัวหลักที่เล่นได้ดี จอห์น สโตนส์, แว็งซ็องต์ ก็อมปานี, ไคล์ วอล์คเกอร์, โชว์ฟอร์มได้เป็นอย่างดีและเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในครั้งนี้ ต่อให้ขาดคนใดคนหนึ่งไปทีมก็ยังไม่เสียระบบเพราะตัวสำรองยังสามารถทดแทนกันได้เป็นข้อดีของทีมชุดนี้เลยก็ว่าได้ กองกลางที่มีนักเตะระดับคุณภาพไม่ว่าจะเป็น เควิน เดอ บรอยน์, ดาบิด ซิลบา, แฟร์นานดินโญ่, อิลคาย กุนโดกัน, ที่สามารถหมุนเวียนกันลงได้ตลอดทั้งฤดูกาล ปีนี้เควิน เดอ บรอยน์มีอาการบาดเจ็บบ่อยครั้งแต่นั้นก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะนักเตะคนอื่นก็สามารถเล่นได้จากการจัดระบบของเป๊ป กวาร์ดิโอลา มาดูกันที่กองหน้าจัดว่าเด็ดสุดของทีมชุดนี้ ราฮีม สเตอร์ลิง, เซร์คิโอ อเกวโร่, แบร์นาร์โด้ ซิลวา ที่สุดของการถล่มประตูในปีนี้เลยก็ว่าได้ ไหนจะตัวสำรองอย่าง เลรอย ซาเน่, กาเบรียล เฆซุส, …

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลั่น ต้องคว้าชัยชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน เพื่อติดกลุ่ม Top 4

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือว่าตกฟอร์มอย่างมาก ทำให้ทีมตกมาอยู่ในอันดับ 5 ในตางราง ทำให้การนักเตะมีความกดดันสูงในนัดการแข่งขันสำคัญที่กำลังจะถึงนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปะทะ วูล์ฟแฮมป์ตัน ซึ่งจะเป็นยากมากเพราะทีม หมาป่า ไม่ได้ล้มง่ายๆ และเป็นง่ายยากที่จะคว้าชัยชนะในครั้งนี้ แต่ก็มั่นใจว่า แมนฯ ยู ไม่เป็นรองและจะคว้าชัยชนะในครั้งนี้ไปให้ได้ แต่การแข่งขันจัดในบ้านของ วูล์ฟแฮมป์ตัน และก่อนหน้านี้ “ปีศาจแดง” เคยเจอ “หมาป่า” ไปแล้ว โดย ป่าหมา ขย้ำ 2 ครั้ง ในฤดูกาลเดียว จึงเป็นอดีตที่เจ็บปวดสำหรับ “ปีศาจแดง” อย่างมาก งานนี้ต้องทำงานกันอย่างหนักพร้อมแผนที่จะเอาชนะไปให้ได้ เพราะหาก แมนฯ ยู แพ้ ก็จะตกตารางแล้วจะเป็นเรื่องยากที่จะไต่ขึ้นไป ปัจจุบันนี้ไม่ทราบว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีปัญหาอะไรภายในทีมหรือไม่เพราเห็นได้ชัดจากการเล่นฟอร์มตกอย่างมากและส่วนใหญ่ที่ชนะมาก็ชนะเพียงแค่ 1 ลูก แฟนบอลทำได้เพียงแต่ให้กำลังใจ หากมีปัญหาภายในทีมการแข่งขันในนัดสำคัญนี้คงจะเอาชนะได้ยากเพราะ ทีม วูล์ฟแฮมป์ตัน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทีมที่มีนักเตะที่น่ากลัวและไม่สามารถที่จะประมาทได้ แม้แต่จะขึ้นนำก่อน หากประตูยังไม่ขาดควรที่จะป้องกันและมีแผนสำหรับบุกส่วนกลับเพื่อเอาประตูเพิ่ม จะสร้างความมั่นใจให้แก่นักเตะได้เยอะ …

ซาลาห์กับผลงานที่ย่ำแย่ช่วงลุ้นแชมป์ของลิเวอร์พูล

แฟนหงส์ทั้งหลายคงไม่เห็นดีเห็นงามด้วยกับฟอร์มของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ยังคงยิงไม่ได้มา 8 นัดติด เกมส์ล่าสุดพรีเมียร์ลีก เจอกับฟูแล่มในบ้านถึงแม้จะชนะได้ก็จริงแต่ถ้าดูจากโอกาสยิงของซาลาห์นั้นก็มีอยู่เพียงแต่ว่าตัวเขาเองนั้นมีแรงกดดันอย่างเห็นได้ชัด ขาดความมั่นใจในการทำประตูจนนักวิเคราะห์ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ซาลาห์โดนจับทางได้แล้วกับการเล่นของเขาในปีนี้ แต่ถ้าเจาะลึกลงไปแล้วเขายังคงมีประโยชน์กับทีมเพราะคู่แข่งยังมองว่าไม่ควรปล่อยซาลาห์ให้เล่นได้ตามที่ต้องการ อีกทั้งถ้าเจอกับทีมที่เล่นเกมส์รับดีๆ เราคงไม่คิดว่าวันนี้มีซาลาห์ลงเตะด้วยหรือเปล่า เพราะถ้าดูไปแล้วกองหลังอย่างมากต้องมี 2 คนในการประกบซาลาห์เอาไว้ถึงจะผ่านคนแรกก็มาเจอคนที่สองอีก อีกอย่างหนึ่งเห็นทีน่าจะเป็นในส่วนของผลงานของปีที่แล้ว กองหน้าชาวอียิปต์ยิงแบบถล่มทลายชนิดที่ว่าสามารถพาทีมเข้าชิงบอลถ้วยยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้ แต่ก็ต้องออกก่อนเพียงไม่กี่นาทีกับอาการบาดเจ็บที่ไปปะทะกับเซร์ฆิโอ ราโมส จนทำให้ตัวเขาต้องพักรักษาตัวที่หัวไหล่ หลังจบการแข่งขันลิเวอร์พูลพ่ายให้กับเรอัลมาดริด แฟนบอลหลายคนคงเบื่อไปตามๆ กันเพราะเชื่อว่าการขาดซาลาห์ไปนั้นมีผลกับระบบของทีมมากเลยทีเดียว ถึงแม้ซาลาห์จะฟอร์มออกทะเลไปในช่วงนี้ แต่โชคยังดีที่ซาดิโอ มาเนกับมามีฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยม และทำประตูได้อย่างต่อเนื่องเห็นแบบนี้แล้วฤดูกาลนี้การชิงแชมป์ฟุตบอลถ้วยพรีเมียร์ลีกจะวัดกันในช่วงโค้งสุดท้ายอย่างแน่นอน ตอนนี้ยังเป็นช่วงพักเตะทีมชาติทำให้ลิเวอร์พูลและเจอร์เก้น คล็อปป์ต้องทำการบ้านเกี่ยวกับการเล่นนอกบ้านที่ยังไม่คงที่ อย่าลืมน่ะว่าโปรแกรมที่ยังเหลืออยู่นั้นลิเวอร์พูลไม่ควรพลาดเด็ดขาดถ้าดูจากเกมส์ที่เหลือพวกเขาจะได้เจอกับ ทอตแนม ฮอทสเปอร์  (เหย้า) เซาแธมป์ตัน (เยือน) เชลซี  (เหย้า) คาร์ดิฟฟ์ (เยือน) ฮัดเดอร์สฟิลด์  (เหย้า) นิวคาสเซิล  (เยือน) วูล์ฟแฮมตัน วันเดอเรอร์ (เหย้า) เกมส์ที่หนักมี 2 เกมส์ด้วยกันคือพบกับ ทอตแนม ฮอทสเปอร์ กับ เชลซี เท่านั้น …